Cactus Farm

Fu Hsiang Cactus Farm เป็นฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Farmer) อายุ 31 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์ และปริญญาโท สาขา MBA เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่รุ่นแรกของประเทศไต้หวัน

IMG_0972.JPG

ได้สืบถอดธุรกิจมาจากครอบครัว พื้นที่ปลูกจำนวน 5 เฮกตาร์ มีแคคตัสมากกว่า 8,000 สายพันธุ์ มีคนงานจำนวน 7 คน ปัจจุบันทำโรงเรือนอัตโนมัติ หลังคาโรงเรือน 2 ชั้น มีระบบเปิดปิดหลังคาอัตโนมัติเพื่อควบคุมแสง

IMG_0960.JPG
มีการใช้สารฟีโรโมนล่อแมลง ใช้ผึ้งในการผสมเกสรพันธุ์ผึ้งนำเข้ามาจากประเทศฮอลแลนด์ แคคตัสเป็นพืชที่ไม่ชอบความชื้น อุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 37 องศาเซลเซียส

มีการศึกษาผู้บริโภคโดยใช้แบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์
ในการประเมินความชอบของผู้บริโภค โดยเก็บข้อมูลจากอายุ ประเทศ สี โดยใช้การจัดนิทรรศการเป็นเป็นเก็บข้อมูล ทางรัฐบาลได้ส่งไปศึกษาดูงานในหลายประเทศ ได้แก่ ประเทศฮอลแลนด์ เยอรมนี อิสราเอล หลังจากไปศึกษาดูงานกลับมาเกษตรกรจะต้องถ่ายทอดให้เกษตรกรไต้หวันอย่างน้อย 100 ราย

ปัจจุบันทางฟาร์มได้ปรับปรุงฟาร์มเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเก็บพันธุ์ ตลาดส่งออกที่สำคัญ คือประเทศไทย และญี่ปุ่น เกษตรกรมีการนำความรู้จากการเรียนมหาวิทยาลัยมาปรับใช้ในการแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น การจัดการจะมอง 5 ด้าน คือ การผลิต การตลาด ทรัพยากรบุคคล วิจัยและพัฒนาสินค้า และการเงิน

Gao Ping Tomato Farm

ศึกษาดูงาน Gao Ping Tomato Farm เป็นฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Farmer)

IMG_0879.JPG

ทำการปลูกมะเขือเทศเป็นเวลา 20 ปี มีการใช้โรงเรือนเป็นร้านอาหารและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเป็นสถานที่บรรยายถ่ายทอดความรู้แก่ผู้สนใจ

วัสดุปลูกที่ใช้เป็นพีท มอส นำเข้ามาจากประเทศฮอลแลนด์ (ขนาด 225 ลิตร ราคา 450 NTD) จะเปลี่ยนวัสดุปลูกใหม่ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการระบาดของโรค จะเริ่มปลูกช่วงเดือนกรกฎาคม เก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนมิถุนายน

มะเขือเทศ10917_๑๗๑๐๐๙_0040.jpg

การปลูกมะเขือเทศจะปลูกในตะกร้าที่วางสูงจากพื้นประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วมในช่วงไต้ฝุ่น ตะกร้า 1 ใบ สามารถปลูกมะเขือเทศได้ 4 ต้น ก้นตะกร้าจะปูด้วยผ้าขาว 1 ชั้น

มะเขือเทศ10917_๑๗๑๐๐๙_0071.jpg

การให้ปุ๋ยทางน้ำพีเอช (pH) ประมาณ 6 – 7 ค่า EC ในระยะแรกปรับค่า EC ที่ 1.5 ในฤดูหนาวจะปรับค่า EC 2 – 3 การให้น้ำวันละ 8 – 10 ครั้ง หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตจะนำผ้าขาวที่รองตะกร้าออก และล้างตะกร้าด้วยน้ำคลอรีน ราคาจำหน่ายมะเขือเทศผลเล็กราคากิโลกรัมละ 200 NTD มะเขือเทศผลใหญ่ราคากิโลกรัมละ 100 NTD

Yun – Ze Organic Farm

Yun – Ze Organic Farm เป็นฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Farmer)
เดิมประกอบอาชีพวิศวกร มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างของตนเอง หันมาทำการเกษตรตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 ปลูกพืชระบบอินทรีย์ในโรงเรือน ได้แก่ พืชผัก ไม้ดอก พืชสมุนไพร และเฉาก๊วย พื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 3 เฮกตาร์

IMG_0826.JPG

มีโรงเรือนปลูกพืช จำนวน 22 โรงเรือน คนงาน จำนวน 5 คน เงินลงทุนทั้งหมดเป็นของตนเอง ซึ่งในอดีตรัฐบาลยังไม่มีนโยบายในการสนับสนุนให้ทำเกษตรอินทรีย์ แต่ปัจจุบันมีโครงการกระตุ้นให้เกษตรกรรุ่นใหม่มาทำเกษตรมากขึ้น

ผลผลิตเฉลี่ยวันละ 100 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 200 NTD ทางฟาร์มมีการทำเกษตรแบผสมผสาน มีการเลี้ยงไก่ ผลผลิตในฟาร์มจะจำหน่ายให้แก่กลุ่มสหกรณ์การเกษตร และส่งขายตามโรงเรียน

การปลูกพืชผักในโรงเรียน จะมีการหมักดินก่อนเพื่อกำจัดวัชพืช จากนั้นจะทำการพลิกกลับหน้าดินและบำรุงดินก่อนการปลูก ปุ๋ยที่ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตเองและปุ๋ยที่รัฐบาลรับรอง

ผักออแกนนิก10917_๑๗๑๐๐๙_0012.jpg

การให้น้ำแบบสเปรย์ด้านบน แหล่งน้ำที่ใช้เป็นน้ำมาจากภูเขา โดยมีถังเก็บน้ำอยู่
บนเขาขนาด 20 ตัน น้ำที่ไหลลงมาจะมีความดันประมาณ 2 บาร์ ปริมาณการให้น้ำแต่ละครั้งจะพิจารณาจากความชื้นของดิน จะให้น้ำนานครั้งละ 2 – 3 นาที

หน้าโรงเรือนจะมีท่อน้ำเพื่อระบายน้ำที่ค้างท่อออก เนื่องจากน้ำที่ค้างในท่อนั้นจะมีความร้อนไม่สามารถให้น้ำพืชได้ บริเวณหน้าโรงเรือนจะมีแผ่นกระจกสำหรับเขียนรายละเอียดของแต่ละโรงเรือน ด้านบนของหลังคาโรงเรือนจะมีช่องเปิดแนวยาว เพื่อระบายความร้อนภายในโรงเรือน

ทางฟาร์มจะมีการเพาะต้นกล้าและจำหน่ายต้นกล้าเมล็ดพันธุ์ที่ใช้มาจากบริษัทที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาล

หัวใจสำคัญของการปลูกพืชของฟาร์มนี้ คือ ความสมบูรณ์ของดิน ดินที่ดีจะมีปริมาณอินทรียวัตถุ (Organic matter) ร้อยละ 5 จะส่งผลให้พืชผักมีคุณภาพดี เกษตรกรจะมีการพัฒนาความรู้โดยเข้ารับการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านดิน และผู้เชี่ยวชาญทางด้านการปลูกพืชผักอินทรีย์

 

สำหรับแรงบันดาลใจในการกันมาทำเกษตรอินทรีย์ คือ ต้องการทำงานเกี่ยวกับธรรมชาติ เนื่องจากปัจจุบันสภาพแวดล้อมไม่ดี ต้องการให้สภาพแวดล้อมกลับมาดีเหมือนเดิม ปัญหาการผลิตพืชผักอินทรีย์ในโรงเรือนคือ ปัญหาตะไคร่เกาะรอบโรงเรือนเนื่องจากมีความชื้น และปัญหาดินบริเวณด้านข้างโรงเรือนทรุด

การประชาสัมพันธ์ของทางฟาร์มจะเน้นเรื่อง การทานผักอินทรีย์จะทำให้สุขภาพแข็งแรง ปลอดสารเคมี และเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม

IMG_0912.JPG

Hiking Farm

Hiking Farm เป็นฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Farmer) ชื่อคุณเฉิน อายุ 26 ปี มีพื้นที่จำนวน 8 เฮกตาร์ ซึ่งมีการปรับปรุงพื้นที่บนเขาของครอบครัวเป็นสถานที่ท่องเที่ยงเชิงเกษตร โดยเริ่มทำการเกษตรมาเป็นระยะเวลา 1 ปี อยู่ระหว่างการสร้างที่พัก ร้านอาหาร และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

IMG_0604.JPG

คุณเฉิน มีความสนใจในการทำการเกษตรและได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว สาเหตุที่เกษตรกรคนนี้มาทำการเกษตรเพราะเขาคิดว่า “ถ้าคนรุ่นใหม่ๆ ไม่มีใครริเริ่มมาทำการเกษตร ต่อไปประเทศไต้หวันก็จะไม่มีอะไรเหลือ”

การทำการเกษตรทำคนเดียว จำเป็นต้องมีการวางแผนก่อนการผลิตและการจัดการที่ดี
พืชที่ปลูก ได้แก่ ไผ่ มันเทศ

การปลูกไผ่ ปลูกแบบยกร่องสูงเพื่อให้รากลงลึก ถ้ามีรากขยายออกด้านข้างจะตัดออก เพื่อบังคับให้รากหยั่งลงลึก การให้น้ำเป็นระบบน้ำหยด

สำหรับมันเทศทางฟาร์มจำหน่ายผลผลิตทางอินเตอร์เน็ต ราคากิโลกรัมละ 100 NTD ปัจจุบันผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และมีเกษตรกรมาฝากขายผลผลิตแต่ไม่รับฝาก เนื่องจากไม่มั่นใจในคุณภาพ การนำผลผลิตของคนอื่นมาจำหน่ายในแบรนด์ของตนเองอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสินค้าตนเองในอนาคต

IMG_0634.JPG

ในพื้นที่ของเกษตรกรมีค้างคาวมาอาศัยอยู่มาเป็นระยะเวลา 7 ปีแล้ว ค้างคาวเข้ามากินแมลงเป็นอาหาร ทางฟาร์มจึงใช้ค้างคาวเป็นจุดเด่นของฟาร์ม มีการนำมูลค้างคาวมาใช้เป็นปุ๋ยในการปลูกพืช ค้างคาวที่อาศัยอยู่ในฟาร์มมีอายุประมาณ 15 – 20 ปี ค้างคาวจะมีการคลอดลูกปีละครั้ง

IMG_0610.JPG

ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ค้างคาวจะอพยพไปที่เมืองPingtung เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาวจะอพยพกลับมาที่ฟาร์ม ในอนาคตจะสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ค้างคาว ให้เด็กนักเรียน และผู้ที่สนใจทั่วไปเข้ามาเรียนรู้

เกษตรกรคนนี้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติโดยไม่ไล่ค้างคาว เนื่องจากคิดว่าค้างคาวมาอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ก่อน เวลากลางคืนค้างคาวออกไปหาอาหาร เกษตรกรจะเข้ามาเก็บมูลค้างคาว เพื่อจะได้ไม่รบกวนค้างคาวในเวลากลางวัน และเกษตรกรยังร่วมกับองค์กรอนุรักษ์ค้างคาว ในการเรียนรู้และศึกษาพฤติกรรมของค้างคาว

IMG_0602.JPG

เกษตรกรรุ่นใหม่คนนี้เป็นเกษตรกรที่รัฐบาลให้การสนับสนุนงบประมาณ มีการนำจุดเด่นของค้างคาวที่มาอยู่อาศัยในพื้นที่ เป็นจุดเด่นของโครงการเพื่อขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล โดยรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณประมาณร้อยละ 30 ของเงินลงทุนทั้งหมดของโครงการ

 

กลุ่มสหกรณ์ผลิตและแปรรูปเฉาก๊วย

Guanxi Farmer’s Association, Hsinchu Country กลุ่มสหกรณ์ที่ผลิตและแปรรูปเฉาก๊วย

มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 100 เฮกตาร์ ในอดีตเกษตรกรปลูกเฉาก๊วยกันมากจนเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด เกษตรกรจึงมีรวมกลุ่มกันเพื่อแปรรูปผลผลิต ผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่แปรรูป คือ ชาเฉาก๊วย และต่อมาก็มีการแปรรูปเป็นวุ้นเฉาก๊วย

สหกรณ์ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลา 23 ปีแล้ว ปัจจุบันทางสหกรณ์ได้เปิดให้เป็นศูนย์ท่องเที่ยว ภายในสหกรณ์มีการจัดเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับเฉาก๊วยตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน มีการบรรยายความเป็นมาของกลุ่มสหกรณ์ ข้อมูลข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับเฉาก๊วย บรรยายสรรพคุณของเฉาก๊วย ให้คนทั่วไปได้รับรู้

มีการสอนทำวุ้นเฉาก๊วยจากผงสำเร็จรูป

ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา ทางกลุ่มสหกรณ์ได้มีการกระตุ้นให้แม่บ้านเข้ามาประกวดทำอาหารจากเฉาก๊วย รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์เฉาก๊วยด้วยการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับเฉาก๊วย เฉาก๊วยของสหกรณ์มีตราสินค้าเพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ

วิธีการปลูกเฉาก๊วย

ปลูกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม และเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงเดือนตุลาคม อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 160 – 180 วัน ปัจจุบันมีเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Famer) เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มสหกรณ์ จำนวน 6 ราย การเก็บรักษาเฉาก๊วยนั้น จะนำเฉาก๊วยใส่ในถังเหล็กขนาดใหญ่ ต้มในน้ำเดือดประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง จากนั้นจึงผ่านกระบวนการ Freeze Dry แล้วจึงนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตสินค้า FGA  และ ISO ต่างๆ มากมาย ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในสินค้า

กลุ่มสหกรณ์ผลิตผักบุ้งจีนในโรงเรือน

Yulin Citong Township District Farmer’s Association กลุ่มสหกรณ์ผลิตผักบุ้งจีนในโรงเรือน เป็นกลุ่มที่ผลิตผักบุ้งจีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไต้หวัน มีพื้นที่ปลูก 30 เฮกตาร์ ผลิตผักบุ้งจีนตามมาตรฐาน GAP และอินทรีย์

IMG_0498

ปลูกผักบุ้งจีนมาเป็นระยะเวลา 25 ปี ผักบุ้งจีนของทางกลุ่มจะมีอายุการเก็บเกี่ยว 16 วัน สามารถปลูกผักบุ้งจีนได้ 15 รอบต่อปี พื้นที่ 1 เฮกตาร์ จะให้ผลผลิต 20 ตันต่อรอบการผลิต

ราคาจำหน่ายผลผลิตผักบุ้งจีนมาตรฐาน GAP ราคากิโลกรัมละ 25 NTD
ราคาจำหน่ายผักบุ้งอินทรีย์ราคากิโลกรัมละ 45 NTD

ผลผลิตส่วนใหญ่จะส่งไปจำหน่ายที่โรงเรียน เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ในการปลูกผลิตจากประเทศไทย จากบริษัทศรแดง

วิธีการปลูก 
ใช้เครื่องหวานเมล็ด และปล่อยให้น้ำขัง โดยจะขังน้ำ 3 ครั้งต่อรอบการผลิต โดยขังน้ำเป็นเวลา 15 นาทีต่อครั้ง โดยไม่มีการให้น้ำทางใบ ซึ่งเป็นการลดการเกิดโรคราสนิมขาว การให้ปุ๋ยจะให้ปุ๋ยยูเรียพร้อมกับการให้น้ำ สำหรับ

การปลูกระบบอินทรีย์ จะใส่ปุ๋ยอินทรีย์ (4 – 2 -6) ตอนไถกลบ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ต้องผ่านการรับรองจากรัฐบาล
การเจริญเติบโตของผักบุ้งจีน 1 คืน ลำต้นจะยาวประมาณ 5 เซนติเมตร และใช้ตาข่ายพยุงลำต้นผักบุ้งจีนที่มีความสูงมากกว่า 35 เซนติเมตร เพื่อป้องกันการล้มของผักบุ้งผักบุ้งจะเก็บเกี่ยวที่ความสูงประมาณ 45 – 50 เซนติเมตร โรงเรือนขนาด 80 x 6 เมตร ราคาในการก่อสร้างโรงเรือนประมาณ 1.2 ล้านบาท ต่อโรงเรือน

IMG_0490

ภาพเกษตรกรกำลังเก็บเกี่ยวผักบุ้ง และหวีที่ใช้สางให้รากผักบุ้งหลุดออกมา ก่อนจะนำไปแพคส่งขาย

กลุ่มสหกรณ์ที่ผลิตซอสปรุงรสจากถั่วดำ

Tainan Hsiaying District Farmer’s Association เป็นกลุ่มสหกรณ์ที่ผลิตซอสปรุงรสจากถั่วดำ

ทางกลุ่มสหกรณ์ได้มีศูนย์นักท่องเที่ยวเพื่อแสดงของดีประจำท้องถิ่น โดยในท้องถิ่นมีของดี จำนวน 3 คือห่าน ถั่วดำ หม่อนเลี้ยงไหม

จุดประสงค์ที่ก่อตั้งศูนย์ท่องเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น ภายในศูนย์จะมีการจัดนิทรรศการต่างๆ ของท้องถิ่น แสดงประวัติและสภาพพื้นที่ทั่วไป สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในท้องถิ่น อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเกษตร ผลงานการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของยุวเกษตรกร และมีการสาธิตการทำผ้าห่มจากใยไหม ซึ่งศูนย์ท่องเที่ยวนี้อยู่ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และเป็นส่งเสริมลูกหลานของเกษตรกรให้เป็นยุวเกษตรกร

วิธีการทำซอสปรุงรสจากถั่วดำ

ใช้ถั่วดำที่ผ่านกระบวนการหมักที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 5 ชั่วโมง ทิ้งไว้จนเย็นในถังให้ตกตะกอน เปิดก้นถังเพื่อเอากากถั่วดำทิ้ง จะเหลือน้ำด้านบนนำมากรองอีกครั้ง จากนั้นจึงบรรจุใส่ขวด ปิดฝา ฆ่าเชื้อ ติดฉลากที่บรรจุภัณฑ์ ซอสปรุงรสจากถั่วจะใช้ในการประกอบอาหารเช่นเดียวกับซอสถั่วเหลือง แต่ซอสถั่วดำจะมีคุณค่าทางอาหารดีกว่าซอสถั่วเหลือง