กลุ่มสหกรณ์ผลิตผักบุ้งจีนในโรงเรือน

Yulin Citong Township District Farmer’s Association กลุ่มสหกรณ์ผลิตผักบุ้งจีนในโรงเรือน เป็นกลุ่มที่ผลิตผักบุ้งจีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไต้หวัน มีพื้นที่ปลูก 30 เฮกตาร์ ผลิตผักบุ้งจีนตามมาตรฐาน GAP และอินทรีย์

IMG_0498

ปลูกผักบุ้งจีนมาเป็นระยะเวลา 25 ปี ผักบุ้งจีนของทางกลุ่มจะมีอายุการเก็บเกี่ยว 16 วัน สามารถปลูกผักบุ้งจีนได้ 15 รอบต่อปี พื้นที่ 1 เฮกตาร์ จะให้ผลผลิต 20 ตันต่อรอบการผลิต

ราคาจำหน่ายผลผลิตผักบุ้งจีนมาตรฐาน GAP ราคากิโลกรัมละ 25 NTD
ราคาจำหน่ายผักบุ้งอินทรีย์ราคากิโลกรัมละ 45 NTD

ผลผลิตส่วนใหญ่จะส่งไปจำหน่ายที่โรงเรียน เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ในการปลูกผลิตจากประเทศไทย จากบริษัทศรแดง

วิธีการปลูก 
ใช้เครื่องหวานเมล็ด และปล่อยให้น้ำขัง โดยจะขังน้ำ 3 ครั้งต่อรอบการผลิต โดยขังน้ำเป็นเวลา 15 นาทีต่อครั้ง โดยไม่มีการให้น้ำทางใบ ซึ่งเป็นการลดการเกิดโรคราสนิมขาว การให้ปุ๋ยจะให้ปุ๋ยยูเรียพร้อมกับการให้น้ำ สำหรับ

การปลูกระบบอินทรีย์ จะใส่ปุ๋ยอินทรีย์ (4 – 2 -6) ตอนไถกลบ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ต้องผ่านการรับรองจากรัฐบาล
การเจริญเติบโตของผักบุ้งจีน 1 คืน ลำต้นจะยาวประมาณ 5 เซนติเมตร และใช้ตาข่ายพยุงลำต้นผักบุ้งจีนที่มีความสูงมากกว่า 35 เซนติเมตร เพื่อป้องกันการล้มของผักบุ้งผักบุ้งจะเก็บเกี่ยวที่ความสูงประมาณ 45 – 50 เซนติเมตร โรงเรือนขนาด 80 x 6 เมตร ราคาในการก่อสร้างโรงเรือนประมาณ 1.2 ล้านบาท ต่อโรงเรือน

IMG_0490

ภาพเกษตรกรกำลังเก็บเกี่ยวผักบุ้ง และหวีที่ใช้สางให้รากผักบุ้งหลุดออกมา ก่อนจะนำไปแพคส่งขาย

กลุ่มสหกรณ์ที่ผลิตซอสปรุงรสจากถั่วดำ

Tainan Hsiaying District Farmer’s Association เป็นกลุ่มสหกรณ์ที่ผลิตซอสปรุงรสจากถั่วดำ

ทางกลุ่มสหกรณ์ได้มีศูนย์นักท่องเที่ยวเพื่อแสดงของดีประจำท้องถิ่น โดยในท้องถิ่นมีของดี จำนวน 3 คือห่าน ถั่วดำ หม่อนเลี้ยงไหม

จุดประสงค์ที่ก่อตั้งศูนย์ท่องเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น ภายในศูนย์จะมีการจัดนิทรรศการต่างๆ ของท้องถิ่น แสดงประวัติและสภาพพื้นที่ทั่วไป สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในท้องถิ่น อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเกษตร ผลงานการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของยุวเกษตรกร และมีการสาธิตการทำผ้าห่มจากใยไหม ซึ่งศูนย์ท่องเที่ยวนี้อยู่ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และเป็นส่งเสริมลูกหลานของเกษตรกรให้เป็นยุวเกษตรกร

วิธีการทำซอสปรุงรสจากถั่วดำ

ใช้ถั่วดำที่ผ่านกระบวนการหมักที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 5 ชั่วโมง ทิ้งไว้จนเย็นในถังให้ตกตะกอน เปิดก้นถังเพื่อเอากากถั่วดำทิ้ง จะเหลือน้ำด้านบนนำมากรองอีกครั้ง จากนั้นจึงบรรจุใส่ขวด ปิดฝา ฆ่าเชื้อ ติดฉลากที่บรรจุภัณฑ์ ซอสปรุงรสจากถั่วจะใช้ในการประกอบอาหารเช่นเดียวกับซอสถั่วเหลือง แต่ซอสถั่วดำจะมีคุณค่าทางอาหารดีกว่าซอสถั่วเหลือง

30 Days OJT in Taiwan

รวมลิงค์เนื้อหา On Job Training ที่ไต้หวัน

sweet potato processing

ชื่อบริษัท Sweet Potato Kua Kua Yuan เป็นบริษัทที่ผลิตและแปรรูปมันเทศ

IMG_0426.JPG

ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจะเน้นจำหน่ายภายในประเทศร้อยละ 65 – 70 เช่น ตลาด ซุปเปอร์มาร์เกต ร้านสะดวกซื้อ ร้าน Fast food และส่งออกไปยังต่างประเทศร้อยละ 30 -35 เช่น ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง สิงคโปร์

บริษัท Sweet Potato Kua Kua Yuan เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ประเทศไต้หวันมีพันธุ์มันเทศประมาณ 1,400พันธุ์ พันธุ์ที่บริษัทใช้ในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก คือ พันธุ์ Tainung 57 มีลักษณะเด่น คือ ผลผลิตสูง รสชาติหวาน ปริมาณเนื้อเยอะ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue culture)

ระบบการปลูกมันเทศ จะปลูกพืชแบบหมุนเวียน โดยจะปลูกมันเทศเป็นเวลา 2 ปี และปลูกพืชผัก 1 ปี เพื่อป้องกันการเกิดโรค

IMG_0407.JPG

วิธีการปลูกและดูแลรักษา ขนาดความกว้างของแปลงปลูก 120 เซนติเมตร ใช้ต้นพันธุ์ประมาณ 3,500 – 4,000 ต้นต่อพื้นที่ 0.1 เฮกตาร์ ต้นพันธุ์มันเทศที่ใช้จะมีความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ปลูกในดินลึกประมาณ 15 เซนติเมตร

ระบบน้ำที่ใช้สำหรับการปลูกมันเทศเป็นการปล่อยน้ำเข้าตามร่องทุกๆ 1 – 2 สัปดาห์ หรือพิจารณาตามความเหมาะสม การให้ปุ๋ยจะเน้นปุ๋ยที่มีธาตุโพแทสเซียมสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหวาน มันเทศเป็นพืชที่ต้องการความต่างกันของอุณหภูมิระหว่างเวลากลางวันและเวลากลางคืน จะส่งผลมันเทศให้มีรสชาติที่หวานอร่อย

 

IMG_0413.JPGอายุการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมประมาณ 5 – 6 เดือน ในช่วงฤดูร้อนอายุการเก็บเกี่ยวจะสั้นลงเหลือ 4.5 เดือน ในช่วงเดือน ตุลาคม – มีนาคม เป็นช่วงเก็บเกี่ยวที่มันเทศจะมีรสชาติดีที่สุด สำหรับฤดูหนาวเป็นช่วงที่มันเทศจะให้ผลผลิตสูงที่สุด เกษตรกรจะปลูกมันเทศในช่วงฤดูหนาวคิดเป็นร้อยละ 90 และปลูกมันเทศนอกฤดูร้อยละ 10

มันเทศสามารถเก็บรักษาในห้องเย็นเพื่อจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี ราคาขายผลผลิตสดราคากิโลกรัมละ 30 NTD เมื่อนำไปเผาจะจำหน่ายราคากิโลกรัมละ 150NTD ราคาส่งออกมันเทศกิโลกรัมละ 200 – 300 NTD

ปัญหาที่พบในการผลิตมันเทศ คือ ปัญหาแมลงศัตรูพืชและไส้เดือนฝอย การจัดการ คือ ใช้กับดักที่มีสารฟิโลโมนล่อแมลง ในพื้นที่ 0.1 เฮกตาร์จะใช้กับดักแมลงประมาณ 4 – 5 อัน และจะมีการขังน้ำท่วมแปลงปลูกเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนการปลูกเพื่อกำจัดไส้เดือนฝอย

บริษัทมีพื้นที่ปลูกมันเทศในเมือง Taichung และ Hualien รวมพื้นที่ปลูกทั้งหมด 1,000 เฮกตาร์ เป็นพื้นที่ของบริษัทร้อยละ 40 และร้อยละ 60 เป็นพื้นที่ของเกษตรกรเครือข่ายที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท บริษัทมีแอพพลิเคชั่นสำหรับการจัดการแปลง ในแอพพลิเคชั่นจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับตารางเวลาการเพาะปลูกของแต่ละแปลง เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต ตำแหน่งที่ตั้งแปลง โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทเข้าไปดูแลและติดตามในแต่ละแปลง

บริษัทมีการแปรรูปผลผลิตและจำหน่ายมีร้านจำหน่ายของตนเองและเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ลูกค้าได้ชมแปลงสาธิตการปลูกมันเทศ ลูกค้าสามารถเยี่ยมชมโรงงาน และซื้อสินค้าภายในบริษัทได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า และทางบริษัทจะมีการแปรรูปมันเทศทั้งเปลือกเพื่อลดการสูญเสียของผลผลิต เพื่อให้เกิดของเสียในกระบวนการผลิตน้อยที่สุด และเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการจัดการของเสีย (Zero waste)

Facilities for organic vegetable

ที่นี่เป็นฟาร์มของคุณ Lee Fahsien เกษตรกร Young Farmer ทำการเกษตรปลูกผักในโรงเรือนมาเป็นเวลา 6 ปี

IMG_0380.JPG

มีโรงเรือนปลูกพืชผักทั้งหมด 15 โรงเรือน คนงาน จำนวน 2 คน แหล่งน้ำที่ใช้ในการทำการเกษตรเป็นแหล่งน้ำใต้ดินที่ระดับความลึก 6 – 7 เมตร

คุณ Lee Fahsien เป็นผู้นำการผลิตพืชอินทรีย์ โดยมีแนวความคิดว่าการทำเกษตรอินทรีย์เป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับการทำการเกษตร มีการเผยแพร่ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ให้ผู้สนใจ เช่น เด็กๆ ในชุมชน นักเรียน อาจารย์ ผู้ปกครองนักเรียนในโรงเรียน และเกษตรกรที่เริ่มทำการเกษตร

การทำเกษตรอินทรีย์ต้องคำนึงถึงสถานที่ สำหรับฟาร์มที่ศึกษาดูงานนี้ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไต้หวัน พื้นที่ใกล้ทะเล เป็นที่ราบ มีดินที่ดี และมีอากาศที่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชผัก

IMG_0384.JPG

ปัจจุบันรัฐบาลมีโครงการส่งเสริมให้มีการผลิตพืชผักส่งให้โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รับประทานผักอินทรีย์ ช่วยในการพัฒนา EQ ของเด็กนักเรียน อีกทั้งการปลูกพืชผักอินทรีย์เป็นการส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ดินและน้ำ และรักษาระบบนิเวศทางอ้อมอีกด้วย รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเกษตรกร โดยสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเชิญชวนให้เกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น

สำหรับการรับรองมาตรฐานอินทรีย์ รัฐบาลจะไม่เพียงแต่ตรวจสารตะค้างเท่านั้น แต่จะตรวจทั้งวงจร ตั้งแต่ แหล่งที่มา ตรรกะความคิดของเกษตรกรที่ปลูก ขั้นตอนการเพาะปลูก รวมไปถึงการขนส่งจนไปถึงมือผุ้บริโภค

ตอนแรกเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับด้านการเกษตรเลย แต่ได้ไปอบรมจากรัฐบาลมา พวกเทคนิกการปลูกมันไม่สำคัญ เพราะเมื่อมีปัญหาเขาจะมีที่ปรึกษาเสมอ รัฐบาลจะให้คำแนะนำและช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว และในบางกรณีจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล และรัฐบาลมีโครงการให้เกษตรกรรุ่นเก่าที่ปลูกพืชคล้ายๆกัน มาเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำให้แก่เกษตรกรรุ่นใหม่เป็นการส่วนตัว

คำว่าอินทรีย์สำหรับเขา ไม่ใช่แค่การงดใช้สารเคมีเท่านั้น แต่ยังคำนึงการรักษาสิ่งแวดล้อมรอบ เช่น ดิน ระบบน้ำด้วย และผู้บริโภคที่ได้ผลิตภัณฑ์จากเขาไปก็จะได้ปลอดภัยจริงๆ

คุณ Lee Fahsien เป็น Young Farmer ปี ค.ศ. 2014 โดยรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนเงินค่าโรงเรือนหนึ่งในสามของเงินลงทุนทั้งหมด และตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2017  เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรกรรุ่นใหม่กับรัฐบาลจะได้รับเงินสนับสนุนร้อยละ 50 ของเงินลงทุนทั้งหมด

สาเหตุที่เกษตรกรบริเวณนี้ปลูกพืชผักในโรงเรือนเพราะได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นทุกปี โรงเรือนที่ใช้ปลูกพืชผักมีขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 26 เมตร สูง 5.5 เมตร โดยความสูงของโรงเรือนจะขึ้นอยู่กับพื้นที่ โรงเรือนที่สูงจะระบายอากาศได้ดี แต่ในพื้นที่ที่มีไต้ฝุ่นมากจะทำให้โรงเรือนเสียหายได้

สิ่งที่สำคัญของการสร้างโรงเรือน คือ การวางตำแหน่งของโรงเรือนต้องให้แสงส่องเสมอกันทั้งโรงเรือน ต้นทุนการสร้างโรงเรือนของประเทศไต้หวันจะคิดตามขนาดพื้นที่ของโรงเรือน ราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 1,000 บาท

IMG_0372.JPG

ปัญหาโรคแมลงที่พบ เขาจะไม่เข้าไปกำจัดอะไรมากเพื่อปล่อยให้เป็นระบบนิเวศน์ธรรมชาติ ถ้าระบาดจริงๆถึงเข้าไปจัดการ เช่นหอยทาก จะใช้กากชาควบคุม และปล่อยกบเข้าไปเพื่อกินแมลงต่างๆ ถ้ารุนแรงมาก จะรีบเก็บผลผลิตเลย
หลังจาการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จะทำการไถพลิกหน้าดินเพื่อกำจัดวัชพืช และปล่อยน้ำให้ท่วมขัง เพื่อกำจัดแมลงและหนอนให้หมดในดิน จากนั้นจึงตากดินให้แห้งประมาณ 1 สัปดาห์
พืชผักที่ปลูกเป็นพืชที่มีอายุสั้น เน้นการส่งจำหน่ายไปที่โรงเรียน จำนวน 6 โรงเรียน
ต้นทุนในการปลูกผักอินทรีย์จะสูงตรงที่ต้องใช้แรงงานคนเข้ามาเก็บวัขพืชเยอะ

การส่งผักจำหน่ายให้โรงเรียนทำให้เกษตรกรมีตลาดที่แน่นอน สามารถวางแผนปริมาณการผลิตได้ ไม่จำเป็นต้องปลูกพืชหลากหลายชนิด แต่เน้นเรื่องปริมาณผลผลิตให้มีความสม่ำเสมอ

ราคาจำหน่ายให้โรงเรียนประมาณกิโลกรัมละ 50 NTD และตลาดอื่นๆ ราคากิโลกรัมละ 100 NTD

IMG_0370.JPG

คุณ Lee Fahsien ได้กล่าวว่า

“คนทั่วไปอาจไม่ยอมรับและไม่เชื่อในคุณภาพของพืชผักอินทรีย์ ดังนั้นในฐานะที่เขาเป็นเกษตรกรที่ผลิตพืชอินทรีย์เขาจะพยายามอธิบายและเปิดให้คนทั่วไปได้เข้ามาชมฟาร์ม เพื่อไขข้อสงสัยทั้งหมด ผู้บริโภคจะได้มีความเชื่อใจเกษตรกร และอยากให้เกษตรกรรุ่นใหม่ทำการเกษตรโดยไม่หวังกำไรเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้ทำการเกษตรเพื่ออนาคต เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น และทำเพื่อคนรุ่นหลังต่อไป”

Bitter gourd nursery and production โรงเพาะต้นกล้า

โรงเพาะต้นกล้า ที่จะจำหน่ายต้นกล้าภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐบาล โรงเพาะกล้าในประเทศไต้หวันที่อยู่ภายใต้รัฐบาลมีประมาณ 100 แห่ง รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดชนิดพืชแบ่งตามแหล่งปลูกพืช เพื่อไม่ให้แข่งขันกันระหว่างโรงเพาะกล้า ลดปัญหาการแย่งลูกค้า โดยโรงเพาะกล้าจะต้องพิจารณาในการเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม  ตามปริมาณความต้องการของแต่ละพื้นที่

927organicFarm_๑๗๑๐๐๙_0029.jpg

การที่รัฐบาลควบคุมดูแลโรงเพาะ ทำให้รัฐบาลสามารถประมาณการณ์ผลผลิตในแต่ละช่วงเวลา และเผยแพร่ข้อมูลให้เกษตรกรทราบก่อนการตัดสินใจปลูกพืช เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด และราคาผลผลิตตกต่ำ

IMG_0344.JPG

สำหรับโรงเพาะกล้าที่ศึกษาดูงานเป็นโรงเพาะกล้าพืชผักสวนครัว และพืชตระกูลแตง เช่น ฟัก มะเขือ ผักใบ มะระ เมล่อน แตงไทย พริกหยวก พริก มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ต้นกล้าทั้งหมดจะจำหน่ายภายในประเทศไต้หวัน สำหรับพืชบางชนิดจะใช้วิธีการเพาะเมล็ด พืชบางชนิดจะใช้วิธีการเสียบยอด เช่น มะระขาว เมล่อน ราคาจำหน่ายต้นกล้าที่มีการเสียบยอดจะมีราคาสูงกว่าต้นกล้าจากการเพาะเมล็ด

วิธีการเสียบยอดมะระ

VDO Clip การเสียบยอดของที่นี่

  1. ใช้ต้นพันธุ์(Stock)เป็นฟักทอง คัดเลือกต้นกล้าฟักทองที่มีใบเลี้ยงสมบูรณ์ไม่หงิกงอ นำมาเด็ดยอดออกให้หมด เหลือแต่ใบเลี้ยง
  2. นำเหล็กปลายแบนมาจิ้มเข้าไปกลางยอด แล้วนำยอดต้นอ่อนมะระมาตัดปลายเป็นฉลาม แล้วเสียบลงไปบนยอดฟักทอง แล้วหนีบด้วยกิ๊บ
    • IMG_0361.JPG
  3. นำถาดไปเก็บไว้ในอุโมงค์ ที่พลางแสงด้วยแสลนดำ และปิดด้วยพลาสติกใส เมื่อผ่านไป1อาทิตย์ จะเริ่มมียอดเจริญออกมา (ถ้ามียอดของฟักทองออกมา ต้องเด็ดทิ้ง) จึงเริ่มเอาพลาสติกออก เหลือแต่แสลน
    • 1.png
  4. ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์จะค่อยๆเปิดแสลนออก เพื่อให้ต้นกล้าเริ่มปรับตัวกับแสงแดดธรรมชาติ ประมาณ 2อาทิตย์(ในหน้าร้อน)จึงให้เกษตรกรนำไปปลูกได้เลย ถ้าเป็นฤดูหนาว 25วัน ก่อนนำไปขาย จะเช็คความสมบูรณ์ของรากด้วย

IMG_0341.JPG

นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีเครื่องจักรช่วยกรอกวัสดุปลูกลงถาด และหยอดเมล็ดลงถาดด้วย โดยสามารถช่วยทุ่นแรงงานในการเพาะได้มาก สามารถทำได้ 300ถาด ภายใน 1 ชม. ซึ่งเทียบเท่ากับแรงงานคน 10 คน

ที่มา รายงานการฝึกอบรม On the Job Training

สวนไม้ตัดใบ

Cut leaves garden เป็นกลุ่มรวบรวมไม้ตัดใบ มีสมาชิกจำนวน 300 คน โดยรัฐบาลได้จัดหาพื้นที่และสนับสนุนโรงเรือนในการรวบรวมไม้ตัดใบ และส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มสมาชิกเกษตรผู้ผลิตไม้ตัดใบ

IMG_0328.JPG

ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลา 20 ปี มูลค่าการจำหน่ายไม้ตัดใบต่อปีประมาณ 10,000,000 NTD

ทางกลุ่มเกษตรกรจะเน้นตลาดภายในประเทศร้อยละ 80 และตลาดส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นร้อยละ 20

สาเหตุที่เน้นจำหน่ายภายในประเทศ เนื่องจากตลาดในประเทศมีความมั่นคง แน่นอน ส่วนการส่งออกไปยังต่างประเทศจะได้ราคาจะสูงกว่าจำหน่ายภายในประเทศ 1 – 2 เท่า ทั้งนี้การส่งออกไปยังต่างประเทศจะเพิ่มต้นทุนเรื่องค่าขนส่ง การส่งออกนั้นจะช่วยดึงราคาไม้ตัดใบภายในประเทศไม่ให้มีราคาตกต่ำ

ทางกลุ่มเกษตรกรจะมีการหักเงินค่าบริหารจัดการร้อยละ 2.50 เพื่อใช้ในการบริหารจัดการภายในกลุ่ม

ประเภทของไม้ตัดใบที่ทางกลุ่มเกษตรกรผลิตมีทั้งหมด 20 ประเภท โดยไม้ตัดใบที่สำคัญ คือ หมากเหลือง กวนอิม

IMG_0330

การจัดการไม้ตัดใบหลังการเก็บเกี่ยว ขนส่งไม้ตัดใบจากแปลงเกษตรกรมายังจุดรวบรวมโดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำคลุมไม้ตัดใบ เมื่อถึงจุดคัดแยกนำไม้ตัดใบมาแช่น้ำเป็นเวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นคัดขนาดตามความยาวของใบและคัดใบที่มีตำหนิหรือเสียออก ตัดก้านเพื่อให้สั้นลงและล้างด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง

IMG_0332

จากนั้นจึงตรวจสอบโรคแมลงและตำหนิด้วยสายตา หากมีตำหนิหรือมีโรคแมลงจะไม่สามารถส่งออกต่างประเทศได้จะจำหน่ายภายในประเทศ หลังจากตรวจสอบไม้ตัดใบอย่างละเอียดแล้วนำใบจุ่มในกรด มัดเป็นกำด้วยยางวงโดยใช้สีของยางวงเป็นตัวจำแนกขนาด (Color Management)

927organicFarm_๑๗๑๐๐๙_0034

และนำไม้ตัดใบเก็บไว้ในห้องเย็นอุณหภูมิประมาณ 12 – 17 องศาเซลเซียส สามารถเก็บรักษาได้นาน 1 สัปดาห์ คลุมด้วยผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นออกจากใบ เพื่อรอการขนส่งไปจำหน่ายต่อไป

IMG_0326

 

ที่มา รายงานการฝึกอบรม On the Job Training