Sunpride กล้วยไม้ในโรงเรือน

เป็นบริษัทที่ปลูกกล้วยไม้ Phalaenopsis เพื่อการส่งออก ในพื้นที่ของบริษัทแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆคือ งานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และโรงเรือนปลูกกล้วยไม้

IMG_7516

 

ห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อปลอดเชื้อ 50 unit มีการตรวจสอบการปนเปื้อนในระบบการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 5 ครั้ง ตลอดช่วงการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ กล้วยไม้ที่ผลิตจะถูกส่งออกไปยังต่างประเทศทั้งหมด ประเทศที่ส่งออก ได้แก่ ญี่ปุ่น ยุโรป

ที่บริษัทจะจัดแสดงรางวัลต่างๆที่เคยได้รับมา เป็นเครื่องยืนยันให้แก่ลูกค้าว่ากล้วยไม้จากที่นี่มีคุณภาพ สวยงาม

IMG_7461

บริษัท Sunpride มีห้องทดลองสำหรับคัดเลือกสายพันธุ์กล้วยไม้ที่จะนำไปผลิตเพื่อจำหน่ายต่อไป เช่น
–             การหา Shelf Life ของแต่ละสายพันธุ์ เพื่อทดสอบความทนทานของกล้วยไม้ มาตรฐาน Shelf Life ของกล้วยไม้ที่ดี คือ ไม้ตัดดอกต้องมี Shelf Life ประมาณ 1 เดือน ไม้กระถางต้องมี Shelf Life ประมาณ 3 เดือน หากสายพันธุ์ใดไม่สามารถอยู่ได้ครบตามกำหนดอายุที่กำหนด บริษัทจะไม่ผลิตเพื่อจำหน่าย
–             การทดสอบความแข็งแรงทนทานของกล้วยไม้ต่อการสั่นสะเทือนในระหว่างการขนส่ง มีเครื่องทดลองการสั่นสะเทือน โดยจะนำกล้วยไม้ไปวางที่เครื่องสั่นสะเทือนเป็นระยะเวลา 3 วัน (ระยะเวลา 3 วัน คือระยะเวลาที่บริษัทขนส่งกล้วยไม้ไปยังสถานที่ที่บริษัทขนส่งไกลที่สุด คือมอสโค)

1

โรงเรือนปลูก Phalaenopsis มีพื้นที่ 18,000 ตร.ม. (11.25ไร่) ใช้ระบบรางเลื่อนเพื่อลดการใช้แรงงานในการเคลื่อนย้ายกระถางปลูก เพราะเวลาส่วนใหญ่ที่คนงานใช้ จะหมดไปกับการเคลื่อนย้ายกระถาง 30 % จึงคุ้มค่าต่อการติดตั้งรางเลื่อน การเปิดลมภายในโรงเรือนจะเปิดพัดลมให้ไปทิศทางเดียวกัน โดยมีการจัดวางต้นไม้
ให้เหมาะกับทิศทางการเคลื่อนไหวของลม ลมที่เป่าเข้ามาปรับอุณหภูมิในโรงเรือนจะส่งผ่านเข้ามาทางท่อพลาสติกใส เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 40 ซ.ม. เจาะรูเป็นระยะ วางตามแนวยาวไปตามพื้น

สำหรับกล้วยไม้ที่เป็นต้นพันธุ์ในการเพาะเนื้อเยื่อจะปลูกแยกไปอีกโซน มีมีดสำหรับตัดเนื้อเยื่อของแต่ละกระถางโดยเฉพาะ จะไม่ใช้มีดร่วมกัน เพื่อลดการกลายพันธุ์ และลดการปนเปื้อนของเชื้อโรค

IMG_1898

Benson KUO มะเขือเทศในโรงเรือน

บริษัทBenson KUO ได้มีการนำเข้าโครงสร้างของโรงเรือนจากเนเธอร์แลนด์ (แบบ Venlo Greenhouse) ควบคุมสภาพแวดล้อมด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมดและใช้ระบบน้ำหยด มีระบบแจ้งเตือนในกรณีที่ระบบพบความผิดปกติภายในโรงเรือน

IMG_7456IMG_7457

  1. กระบวนการปลูก
    • เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแบคทีเรียและศัตรูพืชที่ก่อให้เกิดโรคจากภายนอกเข้ามา จึงมีการควบคุมความสะอาดอย่างเข้มงวด และคนงานทุกคนที่เข้าออกจากโรงเรือน จะต้องเปลี่ยนชุด และฆ่าเชื้อก่อนทุกครั้ง
    • ติดแถบกาวเหลืองดักแมลง เป็นแนวยาวตลอดทั้งแถวที่ปลูก
    • ความสูงของต้น สูง 3 เมตร คนงานจะคอยเข้าไปตัดแต่งกิ่ง และพันเถามะเขือเทศเลื้อยขึ้นไปตามเชือกในแนวดิ่ง
    • วัสดุปลูกที่ใช้ในการปลูกมะเขือเทศ คือ ขุยมะพร้าวฆ่าเชื้ออัดแท่ง นำเข้าจากประเทศศรีลังกา ใน 1 แท่งยาว 2 เมตร สามารถปลูกได้ 3ต้น และใช้ได้นาน 1 ปี (2 Crop)
  2. การมอนิเตอร์และควบคุมสภาพแวดล้อม
    • ระบบควบคุมภายในโรงเรือนด้วยคอมพิวเตอร์จากเนเธอแลนด์ ประกอบด้วย ตัวควบคุมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เครื่องวัดแรงลม พัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศ การเปิดปิดหลังคาโรงเรือนเพื่อระบายอากาศ ควบคุมอุณหภูมิ เครื่องควบคุมการให้น้ำ เปิดปิดวาล์ว เครื่องฆ่าเชื้อน้ำ
    • ข้อดีคือ ทำงานได้ดีหมดทุกอย่าง แต่ราคาแพง
    • 20170905_7_KUO_Vege. growers of Taiwan - Tomato
  3. การให้ปุ๋ย
    • ให้ปุ๋ยโดยละลายไปพร้อมกับน้ำ และมีการนำน้ำที่เป็นส่วนเกินจากที่พืชไม่ใช้ นำกลับมา Reuseใช้อีกครั้ง โดยผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อก่อนที่จะนำกลับเข้ามาในระบบใหม่
    • ใช้ระบบน้ำหยด
    • มีเซนเซอร์วัดความชื้นของวัสดุปลูก และชั่งน้ำหนักวัสดุปลูกเป็นระยะๆ เพื่อคำนวณว่าพืชใช้น้ำไปปริมาณเท่าไหร่ (น้ำที่ให้ – น้ำที่เหลือ = น้ำที่ใช้ไป) แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อปรับปริมาณการให้น้ำและสารอาหารให้เหมาะสมต่อไป
  4. การผสมเกสรตามธรรมชาติ
    • ใช้ผึ้ง Bumble Bee นำเข้าจากเบลเยียมเพื่อช่วยผสมเกสรให้มะเขือเทศ
    • 3
  5. การตลาด

ก่อนจะปลูกอะไร ต้องคำนึงถึง
5.1 ความต้องการของตลาด
5.2 แนวทางการทำการตลาด ตลาดเป้าหมาย
5.3 Scaleที่ควรทำ ใหญ่แค่ไหนจึงจะเหมาะสม
5.4 ต้องมีผู้จัดการฟาร์มที่ดีเหมาะสม
5.5 มีเทคโนโลยีที่ดีและเหมาะสม
และที่สำคัญคือต้องมี connectionที่ดีกับ supplier, มหาวิทยาลัย, นักวิชาการ, support team

เมื่อถามถึงปัญหา ว่าเคยมีเหตุการณ์ที่ระบบมันErrorทำงานผิดพลาดบ่อยไหม ก็ได้รับคำตอบว่า

“มีทุกวัน ระบบต่างๆมีปัญหาเกิดขึ้นตลอด ต้องโทรไปปรึกษาเนเธอแลนด์เสมอ แต่ความจริงแล้ว ถ้าจะใช้ระบบนี้ ควรมีการไปฝึกอบรมที่ประเทศเนเธอแลนด์อย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้เข้าใจระบบอย่างถ่องแท้ เมื่อมีปัญหาจะได้สามารถแก้ได้ด้วยตนเอง”

IMG_1733

“ถ้าทั้งโรงเรือนและระบบคอมพิวเตอร์พวกนี้เป็นรถยนต์ เราต้องเป็นคนขับ ต้องขับได้เอง ไม่ใช่แค่จ้างคนขับมาขับให้เรา”

เป็นคำเปรียบเปรยที่เห็นภาพชัดเจน อึ้งไปเลยทีเดียว
แม้เขาจะมีเงินซื้อระบบ จ้างคนมาดูแล แต่เขาก็คิดว่าตัวเขาเองนี่แหละ ต้องทำเองเป็นด้วย

อย่างไรก็ตาม เค้าก็บอกว่าระบบนี้มันเชื่อถือได้สูง ถ้ามีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น มันจะร้องเตือนให้เราเค้าไปตรวจสอบก่อนเสมอ เพื่อให้ไปแก้ไขได้ทันการ จะไม่ปล่อยให้ความมันเสียหายเกิดขึ้นกับต้นไม้ที่เราปลูก

ข้อเสียอย่างเดียวของระบบนี้ก็คือแพง

IMG_7458

Ten Way Garden ร้านอาหารดัดแปลงจากโรงเรือน

Ten Way Garden เป็นร้านอาหารที่ใช้โรงเรือนมาประยุกต์ โดยเพิ่ม Air Conditioner , พัดลมระบายอากาศ และ Spotlight เข้าไปในโรงเรือน

IMG_7427

ภายในตกแต่งด้วยไม้แขวน เช่น เฟิร์น กล้วยไม้ แต่ละกระถางจะมีระบบที่ควบคุมด้วย Smart Valve ซึ่งติดอยู่ที่แต่ละกระถาง ถ้าน้ำในกระถางหมด น้ำก็จะถูกเติมเข้ามาอย่างอัตโนมัติ

IMG_7428 IMG_7422

Ten Way Café

IMG_7429

เป็นร้านคาเฟ่ที่อยู่อีกอาคาร ในคาเฟ่จะขายของประดับตกแต่งสวน ไม้กระถางเล็กๆ เช่น กระบองเพชร ไม้ดอก ไม้กระถาง และอุปกรณ์ปลูกพืชในบ้าน เช่น ที่ให้น้ำกระเปาะดินเผา น้ำจะค่อยๆซึมออกมา เหมาะสำหรับไม้กระถางในออฟฟิซหรือในบ้าน

IMG_7433IMG_7431

มีสินค้าที่น่าสนใจคือกระถางที่ติดตั้ง Smart Valve โดยเราสามารถกรอกน้ำไว้ที่ช่องด้านข้างของกระถาง เมื่อต้นไม้ดูดน้ำจากก้นกระถางจนหมด Smart Valveจะเปิดเองอัตโนมัติ ให้น้ำจากข้างกระถางไหลเข้ามาเลี้ยงพืช สามารถตั้งไว้เฉยๆโดยไม่ต้องรดน้ำอีกเลยเป็นเดือน(ขึ้นอยู่กับชนิดพืช) กลไกของ Smart Valve เป็นดังรูปนี้ค่ะ

autopot-mechanism

Plant Factory ในบริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ CAL – COMP

CAL – COMPเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  เครื่องคิดเลข เครื่องคำนวณต่างๆ (มีโรงงานในประเทศไทยอยู่หลายสาขาด้วย)
และได้มีธุรกิจย่อย ผลิตพืชผักระบบ Plant factory ภายในออฟฟิศบริษัทเอง และตึกเก่าของโรงงาน

ผลผลิตพืชผัก ของบริษัทจะส่งจำหน่ายโรงแรมและซุปเปอร์มาร์เก็ตในเมืองไทเป

IMG_7362

ห้องปลูกผักใช้ระบบ Electronic production line คือชั้นปลูกผักที่จะเลื่อนถาดปลูกจากริมด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้า โดยจะนำต้นกล้ามาปลูกที่ด้านนึง แล้วค่อยๆเลื่อนไปอีกฝั่งของชั้นเมื่อผักเริ่มโตขึ้น และจะถึงเวลาเก็บเกี่ยวพอดีเมื่อผักเลื่อนไปจนสุดอีกด้าน

IMG_7367

ที่นี่ผลิตผัก 11 ชนิด โดยจะเน้นที่ผักกินใบ เพราะต้นเตี้ยสามารถปลูกบนชั้นหลายๆชั้นได้ และไม่ต้องผสมเกสร

ได้ผลผลิตประมาณ 1000ต้นต่อวัน ส่งขายไปยังโรงแรมห้าดาว, Premium supermarket และบางส่วนขายออนไลน์
วิธีปลูกแบบนี้จะทำให้ปลูกได้ตลอดปี สภาพแวดล้อม ดินฟ้าอากาศ ไม่มีผลต่อการผลิตใดๆ แต่มีปัญหาอย่างเดียวที่พบคือเมื่อไฟฟ้าดับ เพราะฟังก์ชั่นกรทำงานของระบบ Plant Factory ใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ทั้งการควบคุมอากาศ แสง ระบบน้ำ ถ้าไฟดับเป็นระยะเวลานาน ผักจะเสียหาย ไม่แข็งแรง หยุดเจริญเติบโต

ราคาขายของที่นี่จะสูงกว่าผักที่ปลูกด้วยระบบ Plant Factoryอื่นๆ 3 เท่า เพราะควบคุมเชื้อโรคอย่างดี ผักสะอาดจนสามารถทนได้ทันที ไม่ต้องล้าง แม้ราคาจะสูงแต่ก็นับว่าคุ้มค่า เพราะ

  1. เมื่อซื้อไปแล้ว สามารถทานได้หมดเลยทุกส่วน ไม่มีใบที่เน่าเสีย
  2. ไม่มีแบคทีเรียอยู่ที่ผัก ทำให้ไม่เน่าเสียเร็ว ช่วยให้เก็บได้ยาวนานกว่าผักทั่วไป
  3. ลดขั้นตอนในการทำอาหารและแรงงานในการล้าง หรือเด็ดใบเสียทิ้ง เช่น พ่อครัวของโรงแรมห้าดาวต่างๆ สามารถแกะผักออกจากห่อแล้วนำไปประกอบอาหาร หรือประดับจานได้ทันที

สุดท้าย เขาอธิบายว่ามีหลายๆบริษัทพยายามมาศึกษาระบบการปลูกของที่นี่
แต่ที่จริงแล้วความยากไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่การขายอย่างไรต่างหากที่ยากกว่า

 

Electrolysis water เพื่อการฆ่าเชื้อในอุตสาหกรรมการเกษตร

โดย Grand Union Environmental Control Co., Ltd.

บรรยายเกี่ยวกับเรื่อง Electrolytic sterilization water เป็นน้ำมีที่คุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทรงพลัง มีประสิทธิภาพสูง สามารถกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อ E. Coli ได้ ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สามารถสัมผัสได้แต่ก็ไม่ควรเอามาดื่ม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลายอุตสาหกรรม ได้แก่

  • การปลูกพืชระบบ Plant factory (ล้างอุปกรณ์ รองเท้า มือ ล้างตัว)
  • อุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ (ไก่ สุกร ปลา)
  • อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร (ใช้ล้างมือ ล้างจาน อุปกรณ์ที่จะสัมผัสกับอาหาร)
  • สระว่ายน้ำ
  • ฆ่าเชื้อโรคในรถเก็บขยะ, ห้องน้ำ ส้วม
  • การปลูกพืช (ฆ่าเชื้อวัสดุเพาะ ล้างผลไม้เพื่อยืดอายุ Shelf life)
  • ใช้แทนสารเคมีในระบบการปลูกพืชอินทรีย์ได้
  • ประมง (ล้างปลา ล้างเศษซากที่เหลือจากสัตว์ ระงับกลิ่น แช่แข็งด้วยน้ำ Electrolytic waterจะทำให้ละลายช้าลง)
  • ฆ่าเชื้อในอากาศโดยการสเปรย์หมอก
  • ฟาร์มปศุสัตว์ (ทำความสะอาดอากาศ, กรง, พื้น)

ในต่างประเทศจะมีกฎหมายด้วยว่าอุตสาหกรรมไหนต้องใช้ Electrolytic sterilization water ที่บริสุทธิแค่ไหน และใช้ขั้นตอนไหนบ้าง

วิธีการทำ Electrolysis water มี 2 แบบคือแบบมีเมมเบรน และแบบไม่มีเมมเบรน
method1method2

 

นอกจากนั้น ยังมีการสาธิตวิธีการทำ Electrolysis water โดยใช้เครื่องพกพา

ทำได้ครั้งละ 5 ลิตร ตลอดอายุการใช้งานสามารถผลิตได้ 2000 ครั้ง
น้ำที่ออกมามีค่า FAC (Free Active/Available Chlorine) 2000ppm

  1. ผสมน้ำ 5 ลิตรลงไป และเกลือ(NaCl) 500 ml เข้าด้วยกัน
  2. คนจนเกลือละลายจนหมดประมาณ 30-60วินาที
  3. ค่อยๆเทลงไปในเครื่อง
  4. เสียบปลั๊ก และเปิดสวิตช์ให้เครื่องเริ่มทำงาน
  5. รอประมาณ 20 นาที เป็นอันเสร็จ สามารถเปิดก๊อกเอาน้ำ Electrolysis water ไปใช้งานได้

ชมVDO>> สาธิตวิธีการทำ Electrolysis water โดยใช้เครื่องพกพา

Reference:  รูปภาพจากเอกสารประกอบการอบรม ” Applying electrolysis water for sanitation purpose in agriculture” ในงาน 2017 International Training Course of Value – Added Controlled Environment  Agriculture, Taipei, Taiwan

Successful business model of annual production in greenhouse

โดย Dennis Wang จากหน่วยงานTainan District Agricultural Research and Extension Station, COA

นำเสนอเกี่ยวกับรูปแบบการปลูกพืชหมุนเวียนในโรงเรือน ซึ่งรูปแบบการปลูกพืชหมุนเวียนในช่วงฤดูร้อนจะปลูกพืชผัก และฤดูหนาวจะปลูกไม้ตัดดอก ซึ่งในฤดูร้อนปลูกพืชผักเพราะเป็นพืชอายุสั้น ราคาสูง จะได้กำไร เช่น มะเขือเทศ แตงกวา ในฤดูหนาวจะปลูกไม้ตัดดอก เช่น เบญจมาศ (Spray mums) Eustoma และมีการปลูกข้าว ข้าวโพด หรือพืชปุ๋ยสด ระหว่างฤดูร้อนกับฤดูหนาว

IMG_7451

การปลูกมะเขือเทศนั้นจะเจริญเติบโตได้ดีในเดือนมีนาคม แต่ถ้าปลูกในช่วงเดือนเมษายนจะได้ผลตอบแทนสูงกว่า เนื่องจากผลผลิตขาดตลาด ราคาสูง สำหรับไม้ตัดดอกส่วนใหญ่จะส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น

การปลูกพืชหมุนเวียนระบบนี้ทำให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนสูงกว่าปกติ และสามารถป้องกันการเกิดโรคพืชได้

1

ภาพที่ 11  รูปแบบการปลูกพืชหมุนเวียนในฤดูร้อนและฤดูหนาวของประเทศไต้หวัน

การให้น้ำผ่านท่อน้ำซึม Leaky-Pipe

โดย AgriGaia Social Enterprise ได้บรรยายเกี่ยวกับการให้น้ำพืชใต้ดิน (Bionic underground) ผ่านท่อน้ำซึมฝังดินที่บริษัทคิดค้นขึ้นมาโดยมุ่งไปที่การปลูกพืชอินทรีย์ น้ำที่ให้ผ่านท่อนี้จะค่อยๆซึมออกมาให้พืชดูดไปใช้ โดยประโยชน์ของการให้น้ำจากใต้ดิน จะทำให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืชเจริญเติบโตได้ดี ลดการระเหยของน้ำ ส่งเสริมการดูดซึมธาตุอาหารพืชจากทางรากพืช ช่วยในการตรึงคาร์บอน พืชมีการดูดซึมน้ำจากรากโดยตรง

AgriGaia

ข้อดีของการให้น้ำระบบนี้คือ
ไม่แพง ประหยัดเวลาและแรงงานในการให้น้ำ ใช้ได้กับพืชหลายชนิด โดยให้น้ำร่วมกับธาตุอาหารพืชทุกวัน เป็นเวลา 3 นาทีต่อวัน เป็นการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดินได้รับน้ำทั่วถึงทั้งที่ลึกและตื้น ผิวดินไม่ชื้นเกินไป ลดการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช และนำไปใช้ช่วยในการปรับปรุงดินได้ด้วย โดยสารปนเปือนต่างๆ เช่น เกลือ ที่อยู่ในดิน จะค่อยๆระเหยขึ้นมาที่ผิวเพื่อให้เรากำจัดออกได้
ท่อน้ำซึมจะวางตัวเป็นครึ่งวงกลมโค้งตั้ง การวางแบบนี้ทำให้การกระจายตัวของน้ำดี

IMG_7230

Reference:  รูปภาพจากเอกสารประกอบการอบรม ” Organic farmer and system builder” ในงาน 2017 International Training Course of Value – Added Controlled Environment  Agriculture, Taipei, Taiwan

Mushroom industry of Taiwan and promotion in SEA

โดย Yunsheng Lu เจ้าหน้าที่จาก Taiwan Agricultural Research Institute Plant Pathology Division, Mushroom research Laboratory ได้บรรยายถึงอุตสาหกรรมการผลิตเห็ดในประเทศไต้หวันว่าเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งในอดีตประเทศที่ผลิตเห็ดมากที่สุดคือประเทศจีน ปัจจุบันการผลิตเห็ดแพร่หลายมากขึ้นผลผลิตของประเทศทั่วโลกยกเว้นประเทศจีน สูงประมาณ 4 ล้านตัน ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เกาหลี เนเธอร์แลนด์ฝรั่งเศส เวียดนาม ไต้หวัน และประเทศอื่น ๆ วิวัฒนาการด้านการผลิตเห็ดของประเทศไต้หวันได้เปลี่ยนแปลงเรื่อยมา ในปี ค.ศ. 1950 เริ่มมีการผลิตเห็ดฟาง (white button mushroom) ในปี ค.ศ. 1969 เริ่มมีการส่งออกเห็ดไปยังต่างประเทศ ปี ค.ศ.1972 ผลิตเห็ดฤดูหนาว ปี ค.ศ. 1974 ผลิตเห็ดชิตาเกะ (shitake) และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 จนถึงปัจจุบันนิยมผลิตเห็ดนางรมหลวง (King oyster mushroom) และในปี ค.ศ. 2000 เริ่มนิยมผลิตเห็ดที่มีสรรพคุณเป็นยามากขึ้น (Medicinal mushroom)

ปัจจุบันประเทศไต้หวันเป็นประเทศที่มีการส่งออกเห็ดไปยังต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง จีน สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ปริมาณการส่งออกประมาณ 750,000 กิโลกรัมต่อปี และมูลค่าการส่งออกมากกว่า 57 ล้าน NTD

ขั้นตอนการผลิตก้อนเชื้อเห็ดในประเทศไต้หวัน

mushroon

Reference:  รูปภาพจากเอกสารประกอบการอบรม ” Mushroom industry of Taiwan and promotion in SEA” ในงาน 2017 International Training Course of Value – Added Controlled Environment  Agriculture, Taipei, Taiwan

Plant Factory

DCIM101GOPROGOPR6879.

 

Plant factory industry of Taiwan โดย Wei Fang, Ph.D., Professor, Director การปลูกพืชในโรงเรือน หรือ Net house ใช้พื้นที่เยอะ และใช้แสงพระอาทิตย์ แต่สำหรับ Plant factory เป็นการปลูกพืชโดยใช้พื้นที่น้อย และคุ้มค่า สามารถใช้อาคารร้างหรือตึกร้างเป็นสถานที่ปลูกพืชได้ พืชที่ปลูกได้ในระบบ Plant factory คือ พืชที่อายุสั้นและมีราคาสูง เช่น ผักสลัด ผักใบ เห็ด กล้วยไม้ พืชที่ไม่เหมาะกับการปลูกระบบ Plant factory ได้แก่ พืชไร่ เช่น ข้าว ข้าวสาลี เพราะใช้เวลานานและพื้นใช้ที่เยอะ

งานนำเสนอ1

เขาบอกว่าผัก มีมูลค่าสูงเพราะสามารถกินได้ทั้งต้น ยกเว้นราก แต่ข้าวกินได้แค่เมล็ดๆ เทียบอัตราส่วนส่วนที่กินได้กับพื้นที่ที่เสียไปในการปลูกแล้ว ผักจะคุ้มกว่าที่จะปลูกใน Plant Factory

ในประเทศไต้หวัน การปลูกพืชระบบ Plant factory สามารถปลูกได้ตลอดปี ลดปัญหาการนำเข้าในช่วงที่มีไต้ฝุ่น หรือสภาพภูมิอากาศไม่เหมาะสมได้ การปลูกระบบ Plant factory มีทั้งแบบใช้แสงไฟ LED ซึ่งอยู่ในระบบปิด ไม่สนใจอากาศ สภาพแวดล้อมเสถียรกว่า เหมาะกับผักและการเพาะต้นกล้า และการใช้แสงแดดธรรมชาติ เหมาะกับพืชที่ต้องการแดดมากๆ หรือต้นกล้าที่โตแล้วสามารถย้ายมาเจอแดดธรรมชาติได้

Plant Factory เป็นการปลูกแบบไฮโดรโปนิก(ไม่ใช้ดิน)ที่สามารถควบคุมความเข้มข้นของธาตุอาหารที่จำเป็นได้อย่างสม่ำเสมอ และไม่มีเชื้อโรคใดๆมาขัดขวางการเจริญเติบโต

แต่ระบบไฮโดรโปนิกนั้นก็มีหลายแบบ เหมาะกับความต้องการที่แตกต่าง และเหมาะกับพืชที่ต่างกันไป จึงต้องเลือกให้เหมาะสม  และยังมีระบบ sensor ในการควบคุม ความชื้น น้ำ แสง และคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถควบคุมปริมาณผลผลิต คุณภาพน้ำ และช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างแม่นยำ หลักการทำงานของระบบ Plant factory คือ 3C ได้แก่ Clean Cool Clear

น้ำที่พืชคายออกมา สามารถนำกลับใช้ใหม่ได้ด้วยเพราะในระบบPlant Factory มีเครื่องปรับอากาศ สามารถกรองน้ำจากความชื้นในอากาศในห้องกลับมาฆ่าเชื้อแล้วใช้ใหม่ได้ เป็นการลดของเสีย

ในไต้หวันมีผู้ผลิตอุปกรณ์ เครื่องคือ วัสดุต่างๆที่ใช้ทำ Plant Factory มากมายหลายเจ้า จึงไม่ยากเลยที่จะทำ และกำลังจะโปรโมทให้นำระบบ Plant Factory ไปใช้ในครัวเรือน สิ่งสำคัญคือการควบคุมความสะอาดปราศจากเชื้อโรค ถึงแม้ปุ๋ยที่ใช้จะราคาสูงกกว่าการปลูกพืชปกติ แต่ก็สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่ามาก

พื้นที่ที่ใช้ก็คุ้มกว่า ประหยัดพื้นที่กว่าแปลงเปิดที่ปลูกได้ชั้นเดียว Plant factory ปลูกได้หลายชั้น สามารถใช้พื้นที่รกร้างในไต้หวันที่ใดก็ได้มาแปลงเป็นที่ปลูกก็ได้ ตึกร้างที่ไม่ใช้แล้วก็ใช้ได้ เดี๋ยววันหลังๆเราจะได้ไปดูของจริง

แต่ก็ไม่อยากให้คนเข้าใจว่า Plant Factory จะมาทดแทนวิธีการปลูกแบบดั้งเดิม จุดประสงค์ของมันเพื่อลดการนำเข้าพืชผักที่ปลูกบางฤดูไม่ได้ ประชากรสามารถมีผักในประเทศกินเพียงพอตลอดปี ไม่ต้องนำเข้าเยอะ เพราะฉะนั้นการปลูกแบบดั้งเดิมก็ยังคงจำเป็นอยู่

ย้อนไปถึงความเป็นมาของมัน ญี่ปุ่นใช้ Plant Factory มานานแล้วตั้งแต่หลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แล้วใน NASA ก็คิดว่านักบินอวกาศที่ต้องไปอยู่ในอวกาศนานกว่า 4 ปี เหมาะที่จะหัดปลูกผักกินบนยานอวกาศ มีแหล่งอาหารบนนั้นเลย แถมการปลูกพืชยังช่วยฟอกอากาศได้ด้วย มีประโยชน์มากมาย

ชมVDO >> Plant factory industry of Taiwan

Reference:  รูปภาพและวิดีโอจากเอกสารประกอบการอบรม ” Plant factory industry of Taiwan” โดย Wei Fang, Ph.D., Professor, Director ในงาน 2017 International Training Course of Value – Added Controlled Environment  Agriculture, Taipei, Taiwan

Floral Industry of Taiwan

การบรรยายเรื่อง Floral industry of Taiwan โดย Ting En จาก Floriculture Research Center (FRC) Taiwan Agricultural Research Institute ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ Council of Agriculture, Executive Yuan ได้นำเสนอว่า Floriculture Research Center เป็นศูนย์วิจัยที่มีภารกิจในการปรับปรุงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ มีการใช้โรงเรือนสำหรับการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ ประมาณ 10,000 ตารางเมตรพืชหลักที่สำคัญ มี 4 พืช คือ

  1. Cut Flowers, Cut leaves ไม้ตัดดอกและไม้ใบ เช่น กล้วยไม้ เบญจมาศ ลิลลี่ ซ่อนกลิ่นฝรั่ง (gladiolus)

ไม้ตัดดอกตัดใบ มักเอาไปประดับในพิธีกรรมทางศาสนา และตามวัด ทำช่อดอกไม้

  1. Pot plant, Foliage Ornament ต้นไม้กระถาง เช่น เฟิร์น, lucky bamboo, cattleya
  2. Ornamental tree ต้นไม้ใหญ่ไม้ยืนต้นสำหรับประดับสวน เป็นชนิดที่มีมากที่สุด สร้างเป็นที่พักผ่อน ทำกิจกรรมกรีนๆ
  3. Bedding Plant เช่น หญ้าสนาม คอสมอส ทานตะวัน ใช้ในสวน ที่สาธารณะ ตกแต่งพื้น บางทีก็เอาไปประดับกำแพงตึก เป็นสวนแนวตั้ง หรือทำเป็นรั้ว

 

Reference: รูปภาพจากเอกสารประกอบการอบรม ” Floral Industry of Taiwan” โดย Ting En จาก Floriculture Research Center (FRC) ในงาน 2017 International Training Course of Value – Added Controlled Environment  Agriculture, Taipei, Taiwan

งานนำเสนอ1

สำหรับอุตสาหกรรมไม้ดอกของไต้หวัน ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมหลักที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจำนวนมาก ประมาณ 590 ล้าน NTD ต่อปี มีการส่งออกไปยังต่างประเทศ จำนวน 86 ประเทศ

ไม้ดอกเป็นไม้ที่เพิ่มมูลค่าได้มากที่สุด
และดอกที่มูลค่ามากที่สุดคือกล้วยไม้ ถูกเรียกว่าเป็น “Money Plant, but not easy money”
ก็คือไม่ได้ปลูกกันง่ายๆ ไม่ได้เงินมาง่ายๆ